เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 20 ตุลาคม 2026 เวลา 20:47.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 0 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 0 คน )
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,310
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,283
    ค่าพลัง:
    +27,030
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,310
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,283
    ค่าพลัง:
    +27,030
    วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๒๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันเปิดการสอบนักธรรมชั้นตรี (สนามหลวง) ประจำปี ๒๕๖๙ วันแรก ซึ่งทางคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิได้รับความเมตตาจาก "พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร." (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางมาเป็นประธานทำพิธีเปิดให้

    เราท่านทั้งหลายต้องเข้าใจว่า ทองผาภูมินั้นห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีถึง ๑๔๐ กิโลเมตร แล้วผู้ปกครองสูงสุดในจังหวัด อุตส่าห์เมตตาเดินทางมาถึง ก็แปลว่าเราต้องมีอะไรดีที่ท่านต้องให้ความเมตตา มากกว่าที่อื่นซึ่งอยู่ใกล้เคียงกว่า

    จากที่หลวงพ่อจังหวัดท่านกล่าวในตอนท้ายของโอวาทในพิธีเปิดก็คือ ประทับใจในความสามัคคีของทางคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ โดยเฉพาะในส่วนของวัดท่าขนุน ที่คณะญาติโยมร่วมกันทำบุญเป็นเจ้าภาพภัตตาหารและน้ำปานะ แก่ผู้เข้าสอบและคณะกรรมการเป็นยอดทั้งหมด ๕๐,๐๕๐ บาทถ้วน ซึ่งกระผม/อาตมภาพเองต้องนำเงินสด ๒,๐๐๐ บาทไปมอบให้ "พระครูวรกาญโชติ, ดร." เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิอีกต่างหาก เพราะว่ามีญาติโยมโอนไปผิดบัญชี พูดง่าย ๆ ก็คือนึกอยากจะทำบุญอย่างเดียว ไม่ได้ดูว่าเขาให้โอนไปที่ไหน ?

    แต่ว่าเรื่องพวกนี้นั้น เราต้องระมัดระวังสุดชีวิต เพราะว่าพระภิกษุของเรามีราคาไม่เกิน ๑ บาทเท่านั้น พูดง่าย ๆ ว่า
    มีเถยยจิตคิดจะขโมยของราคาเพียง ๕ มาสก ที่บ้านเราตีราคาว่า ๑ บาท ทำวัตถุนั้นเคลื่อนออกจากฐานแค่ ๑/๑๖ ของเส้นผม ก็ถือว่าต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระไปแล้ว..!

    อีกส่วนหนึ่งก็คือเป็นการ "แบ่งปันลาภแก่เพื่อนพระภิกษุด้วยกัน" ตามหลักสาราณียธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนของเราก็จะเห็นว่า กระผม/อาตมภาพนั้นตั้งเวรสังฆทาน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันรับสังฆทานจากญาติโยม ซึ่งถ้าเป็นที่อื่น ส่วนใหญ่ก็คือเจ้าอาวาสเหมาไว้แต่เพียงผู้เดียว แต่ของเราต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำหน้าที่ ยกเว้นบางท่านที่ขอถอนตัวไป เพราะว่าติดในเรื่องของการศึกษา

    ส่วนนี้นอกจากเป็นหลักของการแบ่งปันลาภให้แก่เพื่อนพระภิกษุในสาราณียธรรมแล้ว ยังเป็นหลักการบริหารภายในวัดวาอารามของเราอีกด้วย เพราะว่าท่านทั้งหลายรับไปแล้ว ก็นำเอาข้าวของเข้าไปรวมเป็นส่วนกลาง ส่วนปัจจัยเงินทองนั้น ถึงเวลาวัดวาอารามมีปัญหาเรื่องใด ถ้ากระผม/อาตมภาพไม่อยู่ ท่านทั้งหลายเหล่านี้ก็ช่วยกันควักกระเป๋า ไปจัดการปัญหานั้น ๆ ให้สำเร็จเรียบร้อยลงด้วยดี
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,310
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,283
    ค่าพลัง:
    +27,030
    เรื่องพวกนี้นั้น บุคคลที่จิตใจประกอบไปด้วยความโลภ ไม่มีจาคานุสติ ไม่มีทานบารมี โดยเฉพาะไม่เข้าใจหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สอนให้พวกเราตัดความโลภ ก็มีแต่จะอิจฉาริษยา เห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้ ถึงเวลาเห็นเพื่อนพระภิกษุ หรือว่าตนเองเป็นฆราวาส เห็นพระภิกษุมีลาภผล ก็เกิดความอิจฉาริษยา หาไฟนรกมาเผาใจตนเองยังไม่พอ ยังพยายามที่จะขัดขวาง เพื่อที่จะไม่ให้พระภิกษุ หรือเพื่อนพระภิกษุได้รับลาภผลอันนั้นอีกด้วย..!

    ถ้าท่านทั้งหลายดูแค่ในสามเณรสิกขา ซึ่งมีข้อห้ามว่า "ไม่ให้ขวนขวายเพื่อความเสื่อมลาภของพระภิกษุภิกษุณี ไม่ให้กล่าวร้ายเพื่อนพระภิกษุภิกษุณี" เหล่านั้นเป็นต้น แต่บุคคลพวกนี้จิตใจมืดบอด มีแต่มัจฉริยะ (ความตระหนี่) เป็นปกติ แค่นั้นยังไม่พอ ยังแบกสักกายทิฏฐิเอาไว้เต็มตัว ต้องการให้ผู้อื่นเห็นความสำคัญของตนเอง ในเมื่อเขาไม่ให้ความสำคัญ แต่ไปให้ความสำคัญกับผู้อื่น ก็เกิดความอิจฉาริษยา พยายามที่จะขัดขวางในทุกวิถีทาง

    ถ้าลักษณะแบบนี้ก็เห็นชัดว่าไม่ใช่พุทธศาสนิกชนที่แท้จริง หากแต่ว่าเป็นลูกศิษย์ของพระเทวทัต..! เนื่องเพราะว่าพระเทวทัตก็อิจฉาริษยาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อยากจะมีอำนาจในการปกครองสงฆ์ อยากจะมีลาภผลทุกอย่างแทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนกระทั่งขวนขวายทำลายล้างพระองค์ท่านในทุกรูปแบบ โดยที่พระองค์ท่านก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร ท้ายที่สุดพระเทวทัตก็โดนธรณีสูบ ไปอยู่ในอเวจีมหานรกจนถึงปัจจุบันนี้..!

    ดังนั้น..
    บุคคลที่จิตใจปราศจากมุทิตาจิตตามหลักพรหมวิหาร ๔ เห็นคนอื่นดีกว่าตนเองไม่ได้ แถมยังจินตนาการล้ำเลิศ ประมาณว่าถ้าตัวกูเองจะต้องทำอย่างนี้แน่ ก็คือกำลังใจต่ำเตี้ยเรี่ยดิน คิดแต่ในเรื่องชั่ว ๆ ก็จะคิดว่าคนอื่นจะต้องชั่วเหมือนกับตนเอง แล้วก็กล่าวร้าย ให้ร้าย เหล่านั้นเป็นต้น บุคคลประเภทนี้มีปรากฏอยู่ตามสื่อโซเชียลต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,310
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,283
    ค่าพลัง:
    +27,030
    แม้กระทั่งในเว็บไซต์วัดท่าขนุนก็ดี เฟซบุ๊กวัดท่าขนุนก็ดี แม้แต่ในเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนที่ลงในยูทูบก็ตาม ท่านทั้งหลายเหล่านี้กระผม/อาตมภาพต้องบอกว่า แม้ว่าจะกระทำผิดไปจากหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ก็เป็นการดีที่อุตส่าห์เข้ามาดู เข้ามาฟัง เพิ่มยอดวิวให้กับทางด้านวัดท่าขนุน ต้องเจริญพรขอบคุณเอาไว้เป็นอย่างยิ่ง..!

    หวังว่าท่านทั้งหลายที่มีสภาพจิตในลักษณะแบบนี้ ก่อนจะลงอบายภูมิ ก็ยังมาช่วยเพิ่มยอดไลค์ยอดวิวให้กับทางวัด อาจจะมีอานิสงส์สักเล็กน้อย ทำให้ท่านทั้งหลายไม่ต้องตกอบายภูมิลึกไปกว่าในปัจจุบัน ยกเว้นอยู่อย่างเดียวว่า ไม่สามารถที่จะแก้ไขกำลังใจของตนเองได้ สร้างแต่บาปหาบแต่ทุกข์ ถ้าลักษณะอย่างนั้น ผลกรรมที่หนักหนาสาหัส ก็มีแต่จะทำให้ตกต่ำลงไปทุกที ถ้าเลยอเวจีไปก็ต้องอนุโมทนา เพราะว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากเป็นอย่างยิ่ง แต่ว่าท่านทำสำเร็จแล้ว...!

    คณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิของเราได้รับความชื่นชมจากเพื่อนพระสังฆาธิการและเจ้าคณะปกครองอยู่เสมอ ในเรื่องของความสามัคคีพร้อมเพรียงกัน ก็คือมีงานก็พร้อมเพรียงช่วยเหลืองานกัน มีคุณงามความดีมาก็แบ่งปันกัน ทุกท่านก็จะเห็นว่าในเรื่องของสมณศักดิ์นั้น ไม่มีการแย่งชิงเหมือนที่อื่น

    แม้กระทั่งเรื่องของตำแหน่งแห่งที่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าอาวาส หรือเจ้าคณะ ก็มีแต่จะเกี่ยงให้คนอื่นรับไป ไม่อยากแบกภาระเอาไว้ จนกลายเป็นตัวอย่างและพระสังฆาธิการหลายท่านก็ออกปากว่า "ทำไมคณะสงฆ์ทองผาภูมิมันรักกันแท้ ? " กระผม/อาตมภาพก็ยังตอบไปตรง ๆ ว่า "ถ้าเราไม่แย่งชิงกัน ก็รักกันได้" ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านจะเข้าใจหรือไม่ ? เพราะดังที่ได้กล่าวไปเมื่อครู่นี้แล้วว่า "คนเรามีกำลังใจแค่ไหน ก็คิดแค่นั้น พูดแค่นั้น ทำแค่นั้น ถ้ากำลังใจต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ก็กระทำแต่ในเรื่องที่ชั่วช้าเลวทรามเป็นปกติ ถ้าหากว่ากำลังใจสูง ก็กระทำแต่สิ่งที่ดีงามเป็นปกติ"

    เราท่านทั้งหลายถือว่าโชคดีมาก ที่เราอยู่ภายใต้การปกครองของคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ซึ่งผู้บังคับบัญชาไม่เคยเรียกรับประโยชน์จากผู้ใต้บังคับบัญชา อยู่ใต้การปกครองของคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี ที่เจ้าคณะจังหวัดไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์จากลูกน้อง
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,310
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,283
    ค่าพลัง:
    +27,030
    แม้แต่กระผม/อาตมภาพที่แนะนำให้หลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัด ขอให้บรรดาพระสังฆาธิการตั้งกองทุนการศึกษาลักษณะสัจจะออมทรัพย์ นำเงินเข้ากองทุนคนละ ๑๐๐ บาททุกเดือน จะได้มีเงินในการบริหารวิทยาลัยสงฆ์กาญจนบุรี ศรีไพบูลย์ แต่หลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัดท่านก็ปฏิเสธ บอกว่า "ผมไม่ต้องการจะเบียดเบียนผู้ใต้บังคับบัญชา"

    เราโชคดีที่อยู่ภายใต้การปกครองของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ที่เจ้าคณะภาคไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์จากลูกน้อง แม้กระทั่งเจ้าคณะภาครูปก่อน ๆ ถ้าที่กระผม/อาตมภาพทันอย่างแน่นอน ก็มี

    "ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวชิรคุณดิลก" (เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ. ๙, Ph.D.) วัดสามพระยา วรวิหาร ตอนนั้นท่านเป็น "พระเทพสุธี" เจ้าคณะภาค ๑๔

    ถัดมาก็เป็น "พระเดชพระคุณพระธรรมโพธิมงคล" (สมควร ปิยสีโล ป.ธ. ๙) เจ้าคณะภาค ๒ เจ้าอาวาสวัดนิมมานรดี (พระอารามหลวง) สมณศักดิ์ในปัจจุบัน กระผม/อาตมภาพนิมนต์ท่านมาเป็นเจ้าภาพเปิดงาน ถวายไทยธรรมให้ท่านแล้วท่านส่งคืนมาหมด บอกว่า "เก็บเอาไว้ใช้ในวัดตัวเอง ถ้าขาดแล้วบอกผม..ผมมีมากกว่าคุณ"

    หรืออดีต "พระธรรมวชิรานุวัตร, ดร." (แย้ม กิตฺตินฺธโร) อดีตหลวงพ่อเจ้าคุณแย้ม ท่านก็มีแต่เสียสละให้กับคณะสงฆ์ ทุกสิ่งทุกอย่างท่านจัดการเอง จ่ายเงินเอง จนคณะสงฆ์แทบจะไม่ต้องทำอะไร พวกเราจึงต้องขวนขวายไปถวายช่วยงานท่านกันเอาเอง..!

    มาถึง "พระเดชพระคุณพระราชวชิรโมลี" (สมชาย พุทฺธญาโณ ป.ธ. ๗) เจ้าคณะภาค ๑๔ รูปปัจจุบัน ท่านเองก็ยิ่งเป็นเจ้าคณะปกครองที่เกรงใจลูกน้องสุด ๆ ไม่กล้าเอ่ยปากอะไรสักคำเดียว จนกระผม/อาตมภาพต้องเสนอตัวเข้าไปช่วยงานท่านด้วยตนเอง

    เรื่องพวกนี้ผู้ใหญ่ท่านทำตัวให้เป็นตัวอย่างแก่พวกเราแล้ว ในขณะเดียวกัน พวกเราที่ถือว่าเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรส ร่ำเรียนนักธรรมบาลีมา
    หลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้มีไว้ให้เราศึกษาแล้วเอาไปตอบข้อสอบ แต่ให้เรามีไว้เพื่อใช้งานในชีวิตจริง โดยเฉพาะการขัดเกลา กาย วาจา ใจ ของตนเอง ให้เบาบางจาก รัก โลภ โกรธ หลง

    ไม่ใช่แค่เอ่ยปากอะไรออกมา คนก็เห็นแล้วว่าท่านมีกำลังใจสูง หรือกำลังใจต่ำ ดังนั้น..สิ่งที่กระผม/อาตมภาพพูดในวันนี้ ท่านทั้งหลายจึงควรที่จะตระหนักว่า เราเองอยากเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจสูง หรือว่าจะเป็นบรรดาสัตว์ต่าง ๆ ที่อยู่ในอบายภูมิ ก็แล้วแต่ท่านทั้งหลายจะเลือกประพฤติปฏิบัติกันเอง..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอังคารที่ ๒๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...