สมเด็จพระมังคะละสัมมาสัมพุทธเจ้า ถาม : ต้องฌานระดับไหนถึงป้องกันได้ ? ตอบ: ต้องบอกว่า อัปนาสมาธิ ตีซะว่าฌาน ๔ แล้วกัน มีพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งชื่อว่า สมเด็จพระมังคะละสัมมาสัมพุทธเจ้า (ไม่ชัด) ท่านมีพระรัศมีกายแผ่ไปเป็นหมื่นธาตุ องค์โน้นสิบวา องค์นี้ยี่สิบวา องค์นั้นครึ่งโยชน์ องค์นี้หนึ่งโยชน์ องค์นี้แผ่ไปทั้งหมื่นโลกธาตุ สัตว์ทั้งหมื่นโลกธาตุ ไม่จำเป็นต้องอาศัยแสงเดือนแสงตะวัน อาศัยพระรัศมีท่านอย่างเดียวกำหนดเวลากลางวันกลางคืนด้วยการหากินของสัตว์ ด้วยการบานของดอกไม้ ดอกไม้บานสัตว์ออกหากินก็เช้าแล้ว ถึงเวลาสัตว์มันกลับรัง ดอกไม้มันหุบก็ค่ำแล้ว แต่มันสว่างเหมือนกันหมด แล้วก็ไม่ใช่สว่างแค่ชั่วครั้งชั่วคราวแบบองค์อื่น ของท่านสว่างตลอดเป็นนิตย์ ในอดีตท่านก็ลักษณะเดียวกับพระเจ้าอโศกมหาราช ใช้ตัวเองเป็นไส้ประทีบ คือเอาพวกผ้าพวกสำลีพันตัวเองแล้วราดน้ำมันจุดไฟเผาถวายเป็นพุทธบูชา ท่านไม่ได้ประเภทยืนเฉยๆ เหมือนพระเจ้าอโศกมหาราช ท่านเดินจงกรมรอบเจดีย์ด้วย กะว่าล้มตายตรงไหนก็เอาตรงนั้น แต่ปรากฎว่าตลอด ๗ วันไม่เป็นอะไรเลยเหมือนกัน อานิสงส์ตัวนี้ก็เลยทำให้เวลาท่านสำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว พระรัศมีแผ่ไปทั้งหมื่นโลกธาตุยันกลางวันและกลางคืนให้สว่างเสมอกันหมด ถวายบูชาด้วยแสงสว่าง ถวายบูชาด้วยของหอม แสงสว่างนี่จะมีส่วนของทิพจักขุญาณด้วย แสดงว่าทิพจักขุญาณของสมเด็จพระมัคะละสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านนี้ประเภทรู้แจ้งแทงตลอดไม่มีอะไรปิดบังได้เลย เล่นเผาตัวเองเลย แต่นี่แน่ๆ ก็คือ พระพุทธเจ้าจะต่างด้วยประมาณ คือ ขนาดร่างกาย ต่างกันด้วยพระรัศมี ต่างกันด้วยตระกูล ต่างกันด้วยยานพาหนะที่ออกบวช ต่างกันด้วยประมาณของบัลลังก์ ต่างกันด้วยไม้ตรัสรู้ จะมีความแตกต่างกันอยู่ว่าต่างกันตรงไหน นอกนั้นแล้วความสามารถก็คือรู้แจ้งเจนจบเหมือนกัน สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ เดือนมกราคม ๒๕๔๗(ต่อ) ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ
เรื่องของกำลังใจของแต่ละชีวิตที่จะทำสิ่งใดอุทิศถวายแด่พระรัตนตรัย นั้นต่างกัน ย่อมเป็นที่เคลือบแคลง สงสัย ไปจนถึงประนาม กล่าวร้าย ให้ร้าย ฯลฯ จากทางโลกที่ไม่เข้าใจ แม้กระนั้น ชีวิตที่เสวยอารมณ์ปิติ สุข มั่นในพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ที่ตนทำไว้ดีแล้ว อย่างไม่สั่นคลอน แม้โลกธรรมจะกระหน่ำเพียงใด ชีวิตนั้นย่อมได้บารมีใหญ่ทั้งจากการทำมหากุศลกรรมถวายแด่พระรัตนตรัย และได้บารมีใหญ่จากการเข้าถึงเมตตา อุเบกขา ขันติ วิริยะ ฯ ประกอบเป็นบารมีสามสิบทัศน์ ตามลำดับ